Black Rain
29 กันยายน 2022, 08:52:15 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สั่งตั้งด่านตรวจและจุดสกัด คุมเข้มมาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าพื้นที่ลำปาง  (อ่าน 678 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lampangradio
Hero Member
*****
กระทู้: 743


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2021, 11:33:12 AM »

ผู้ว่า ฯ ลำปาง สั่งตั้งด่านตรวจและจุดสกัด คุมเข้มมาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าพื้นที่


นายณรงค์ศักดิ์  โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ลงนามคำสั่งจังหวัดลำปาง ที่ 3449/2564
เรื่องมาตรการตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัด และมาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปาง ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

1.   การตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัดการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวน 4 ด่าน ได้แก่ (1.)ด่านตรวจสถานีตำรวจภูธรห้างฉัตร (2.)ด่านตรวจปางมะโอ สถานีตำรวจภูธรแม่ทะ ถนนลำปาง-แพร่  (3.) ด่านตรวจนาแก สถานีตำรวจภูธรงาว ถนนพหลโยธินลำปาง-พะเยา และ (4.)ด่านตรวจสถานีตำรวจแม่พริก ถนนพหลโยธินลำปาง-ตาก เพื่อจัดระเบียบการเดินทางการจราจรการเฝ้าระวังหรือสังเกตอาการผู้เดินทางและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค

2.   การคัดกรองการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดลำปาง
2.1 มอบหมายสำนักงานขนส่งจังหวัดลำปางเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับท่าอากาศยานลำปาง สถานีรถไฟลำปาง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงานตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดลำปางอย่างเข้มงวด รวมไปถึงให้ตรวจสอบและกำกับดูแลการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ สำหรับการขนส่งคนโดยสารระหว่างจังหวัดซึ่งมีพื้นที่ต้นทางจากกรุงเทพฯจังหวัดปริมณฑลหรือพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเพิ่มความเข้มงวดเพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติ รวมทั้งการตรวจคัดกรองการเดินทางการจัดระบบและระเบียบให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคและแนวปฏิบัติที่ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กำหนด
2.2 มาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน/ชุมชน
 (1.) การคัดกรองผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บูรณาการความร่วมมือของบุคลากรในหมู่บ้าน/ชุมชน ทุกภาคส่วน ได้แก่ ข้าราชการ สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่อาศัยในหมู่บ้าน/ชุมชน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ฯลฯ ร่วมกันค้นหาและคัดกรองว่ามีผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง หรือคนในหมู่บ้านที่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง เข้ามาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชน หรือไม่
(2.) การปฏิบัติในกรณีที่หมู่บ้าน/ชุมชนใดมีผู้ที่เข้าข่ายตามข้อ 2.2 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อเฝ้าติดตามสังเกตอาการเป็นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และให้ขอความร่วมมือผู้นั้นให้งดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ นอกหมู่บ้าน/ชุมชนไว้ก่อน หรือพักอาศัยอยู่แต่ในบ้านเรือนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และให้รายงานข้อมูลดังกล่าวให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อติดตามและเฝ้าระวังและให้ส่งข้อมูลให้อำเภอทราบ เพื่อบันทึกข้อมูลเข้าระบบรายงาน
(3.) การแจ้งเตือนราษฎรในหมู่บ้าน ให้กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ แจ้งเจ้าบ้านหรือผู้ดูแลบ้านให้ปฏิบัติตามมาตรา 31 (1) แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ว่ากรณีมีผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยเป็นโรคติดเชื้ออยู่ในบ้าน ให้รีบแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำ-ตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อโดยทันทีและให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ
(4.) กรณีมีคนในหมู่บ้าน/ชุมชนได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินการกับผู้ที่อยู่ในระยะใกล้ชิดกับผู้ป่วยตามมาตรการที่กระทรวง-สาธารณสุขได้กำหนดไว้ และให้แจ้งเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล เข้าไปดำเนินการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อพื้นที่ที่ผู้ติดเชื้อไปทำกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อโดยเร็ว
(5.) ในกรณีของชุมชนในเขตเทศบาลที่ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้นายอำเภอแจ้งและประสานงานกับเทศบาลให้แจ้งประธานกรรมการชุมชน และคณะกรรมการชุมชน ดำเนินการตามข้อ 2.2 (1.)–(4.) เช่นเดียวกัน

3. มาตรการการเดินทางเข้าพื้นที่
3.1 บุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด (บัญชีรายชื่อจังหวัดตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กำหนด) เมื่อเดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดลำปาง ให้ลงทะเบียนการเข้าพื้นที่ โดยสแกน QR CODE “ลำปางชนะ” และรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่โดยทันที (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พื้นที่ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)) หรือแจ้งผ่านสายด่วนโควิด-19 โทร. 093 140 8023 โดยไม่ปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์ในการเดินทางเพื่อพิจารณากลั่นกรองความเสี่ยงต่อการก่อกำเนิดโรค หรือตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Rapid Antigen Test และบุคคลดังกล่าวจะต้องกักกันตัวเองที่บ้าน/ที่พักอาศัยแบบเข้มงวด (Home Quarantine) หรือปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน และหากพบว่ามีอาการไม่ปกติให้ติดต่อบุคลากรทางการแพทย์ทันที รวมถึงต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขที่ประกาศอย่างเคร่งครัด
กรณีหากมีภารกิจจำเป็นต้องออกจากบ้าน/ที่พักอาศัย ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคทุกครั้ง และต้องมีเอกสารยืนยันกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคเพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้ การตรวจหาเชื้อโควิดโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ผลเป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยผลตรวจต้องเป็นเอกสารตัวจริงที่ออกโดยสถานที่ตรวจ ไม่สามารถใช้ผลตรวจทางอีเมล สำเนาถ่ายเอกสาร หรือ SMS มือถือได้ หรือ ยินยอมให้จังหวัดลำปางตรวจหาเชื้อโควิดโควิด-19 โดยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง หรือมีหลักฐานการฉีด-วัคซีนโควิด – 19 Sinovac /Sinopharm ครบ 2 เข็ม โดยหลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 มาแล้วเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป หรือ AstraZeneca/Pfizer/Moderna/Johnson and Johnson อย่างน้อย 1 เข็มมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป
3.2 บุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูง (บัญชีรายชื่อจังหวัดตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กำหนด) เมื่อเดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดลำปางให้ลงทะเบียนการเข้าพื้นที่ โดยสแกน QR CODE “ลำปางชนะ” และรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่โดยทันที (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พื้นที่ หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือ แจ้งผ่านสายด่วนโควิดโควิด-19 โทร. 093 140 8023 โดยไม่ปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์ในการเดินทางเพื่อพิจารณากลั่นกรองความเสี่ยงต่อการก่อกำเนิดโรค และบุคคลดังกล่าวจะต้องเฝ้าระวังอาการตนเอง (Self Monitoring) เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน หากมีอาการผิดปกติให้พบแพทย์ทันที อนึ่ง เนื่องจากบางพื้นที่อาจมีมาตรการเข้มข้น ดังนั้น ก่อนการเดินทางขอให้ตรวจสอบมาตรการชุมชนในพื้นที่อีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป


https://region3.prd.go.th/region3_ci/topic/news/33239


* 2.jpg (271.55 KB, 600x600 - ดู 150 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 กรกฎาคม 2021, 05:08:35 PM โดย lampangradio » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.127 วินาที กับ 19 คำสั่ง