Black Rain
23 มีนาคม 2019, 02:45:47 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลำปางระดมทุกภาคส่วนเร่งหามาตรการป้องกันปัญหาหมอกควันไฟป่า  (อ่าน 2163 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สวท.ลำปาง
Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 24 กุมภาพันธ์ 2012, 01:53:58 PM »

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเรียกนายอำเภอ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน
ผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ หารือกำหนดเขตควบคุมไฟป่า และหามาตรการป้องกันปัญหาหมอกควัน
 
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 นายบุญเชิด คิดเห็น ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เรียกนายอำเภอ
ผู้นำองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
หารือการกำหนดเขตควบคุมไฟป่าท้องที่จังหวัดลำปาง
ที่ห้องประชุมสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เนื่องจาก วันที่ 16 –  17
กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จังหวัดลำปางมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM
10)ในตัวเมืองลำปางสูงสุดในรอบปี อยู่ที่ 235 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
สาเหตุเกิดจากการจุดไฟผาป่าและเผาในที่โล่งแจ้ง ขณะนี้สถานการณ์เบาบางเนื่องจากฝนตกลงมา
แต่เชื่อว่าสถานการณ์อาจจะกลับมาอีก
 
นายบุญเชิด กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก 2 ส่วน คือ
การเผาพื้นที่ไร่สวนหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งได้ย้ำให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ช่วยเป็นหูเป็นตา
เมื่อเห็นไฟไหม้ริมถนนให้รีบแจ้งหน่วยดับเพลิงในพื้นที่เข้าไปช่วยกันดับไฟ
และอีกส่วนมาจากการเผาในเขตป่าอนุรักษ์ โดยจังหวัดลำปาง
ได้ออกประกาศขอความร่วมมือและแจ้งให้ราษฎรทั้ง 13 อำเภอได้ทราบว่า
การจุดไฟเผาป่าทุกกรณีถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ว่าด้วยการป่าไม้มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15
ปี ปรับสูงสุด 1 แสนบาท  นอกจากนั้น ยังเป็นความผิดตาม
พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทางแพ่งให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย
 
ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวอีกว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะที่จังหวัดลำปาง
จังหวัดในภาคเหนือตอนบนก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน
และยอมรับว่าได้ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
และมีผลด้านลบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
จึงอยากให้ประชาชนในพื้นที่ได้เกิดความตระหนักและร่วมมือกันเฝ้าระวัง
สนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหามากกว่าจะใช้กฎหมายบังคับ
 
อธิชัย  ต้นกันยา / ข่าว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 20 คำสั่ง